สรุปเจาะลึกเรื่อง ร้อยไหมราคา เท่าไหร่? ทำไมแต่ละคลินิกถึงต่างกัน เช็กประเภทเส้นไหมและปัจจัยกำหนดราคา พร้อมรับคำปรึกษาประเมินรูปหน้าโดยแพทย์ที่ Anjali Clinic
by: anjali-adminอัพเดทเมื่อ: 2026-10-14
เมื่อไถฟีดโซเชียลมีเดีย เชื่อว่าหลายคนที่กำลังมีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย เหนียงตก หรือร่องแก้มลึก คงเคยผ่านตากับโฆษณาหัตถการยกร่องผิวที่มีพิสัยราคากว้างจนชวนสับสน ตั้งแต่แพ็กเกจเหมาทั่วราคาหลักพันต้นๆ ไปจนถึงคอร์สปรับรูปหน้าพรีเมียมราคาหลักหมื่นปลายๆ ความแตกต่างของตัวเลขนี้มักทำให้เกิดคำถามตามมาว่า สรุปแล้วร้อยไหมราคาเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม และเหตุใดบิลสุทธิของแต่ละสถานพยาบาลจึงมีความแตกต่างกันอย่างมาก
Anjali Clinic (แอนจาลี คลินิก) จะมาถอดรหัสโครงสร้างราคาการร้อยไหม เจาะลึกประเภทของเส้นไหม ปัจจัยที่กำหนดค่าใช้จ่ายจริง พร้อมคำแนะนำในการเลือกรับบริการอย่างปลอดภัยและคุ้มค่า เพื่อให้คุณเข้าใจหลักการประเมินรูปหน้าก่อนตัดสินใจปรับรูปหน้าb
เพื่อใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการวางแผนงบประมาณ ตารางด้านล่างนี้แสดงช่วงราคากลางโดยประมาณในตลาดสถานพยาบาลเวชกรรมความงาม แบ่งตามบริเวณที่มักเข้ารับการดูแล:
บริเวณที่ต้องการยกกระชับช่วงราคาเริ่มต้น (เส้นไหมมาตรฐาน)ช่วงราคาพรีเมียม (ไหมนวัตกรรม/ไหมโครงตาข่าย)ยกคิ้ว / ยกหางตา (Foxy Eyes)4,000 – 8,000 บาท15,000 – 25,000 บาทยกกระชับกรอบหน้า (Jawline)5,000 – 10,000 บาท20,000 – 40,000 บาทเก็บเหนียงใต้คาง (Double Chin)5,000 – 9,000 บาท15,000 – 30,000 บาทยกร่องแก้ม / ร่องมุมปาก6,000 – 12,000 บาท20,000 – 35,000 บาทปรับรูปหน้าทั่วใบหน้า (Full Face)15,000 – 25,000 บาท40,000 – 80,000+ บาท
หมายเหตุ: ตัวเลขราคาเป็นเพียงการประเมินช่วงราคากลางในตลาด ผลลัพธ์และความเหมาะสมของจำนวนเส้นไหมขึ้นอยู่กับสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล ซึ่งควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนทำหัตถการเสมอ
ข้อควรระวัง: โฆษณาราคาเหมาต่ำกว่ามาตรฐาน เช่น "ร้อยไหมทั่วหน้า 3,999 บาท" บ่อยครั้งอาจเป็นการใช้ไหมเส้นสั้น (Mono Threads) ที่เน้นกระตุ้นงานผิวแต่ไม่มีเงี่ยงดึงรั้งชั้นผิว SMAS ซึ่งอาจไม่เพียงพอสำหรับการยกกระชับใบหน้าที่มีความหย่อนคล้อยมาก
เหตุผลที่ทำให้การคิดค่าบริการร้อยไหมของแต่ละสถานพยาบาลไม่เท่ากัน ประกอบด้วย 5 ปัจจัยหลักทางเทคนิคทางการแพทย์ ดังนี้:
วัสดุที่ใช้ผลิตไหมละลายมีคุณสมบัติและระยะเวลาในการคงสภาพที่แตกต่างกัน ไหมยุคแรกอย่าง PDO (Polydioxanone) จะมีราคาเข้าถึงง่ายที่สุด อยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน ขณะที่ไหมกลุ่ม PLLA (Poly-L-Lactic Acid) และ PCL (Polycaprolactone) มีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ยาวนาน 1–2 ปี ส่วนไหมนวัตกรรมเฉพาะ เช่น ไหมโครงตาข่าย TESSLIFT จะมีแรงดึงรั้งสูงและช่วยให้เนื้อเยื่อเติบโตยึดเกาะได้ดี จึงมีราคาสูงกว่าไหมเงี่ยงทั่วไป
แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้าจะมีความแม่นยำในการวางทิศทางเส้นไหมลงในชั้นผิว SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า เทคนิคการซ่อนรอยเข็ม การคำนวณแรงดึงที่ไม่ทำให้หน้าดึงรั้งจนเบี้ยวผิดรูป ผสมผสานกับการประเมินแบบ Doctor-Led Consultation จึงเป็นหัวใจสำคัญของผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
ผิวหน้าของแต่ละคนมีระดับความหย่อนคล้อยและความหนาของชั้นไขมันไม่เท่ากัน การร้อยไหมที่มีประสิทธิภาพจะต้องมีการคำนวณจำนวนเส้นและชนิดไหมให้เหมาะกับปัญหาเฉพาะบุคคล บางเคสอาจใช้ไหมเงี่ยงยกกระชับร่วมกับไหมเติมเต็ม การปรับแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Service) จึงส่งผลต่อจำนวนเส้นและราคาสุทธิ
คลินิกที่ได้มาตรฐานจะเลือกใช้เฉพาะไหมละลายทางการแพทย์ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งในและต่างประเทศ มีกระบวนการจัดเก็บในห้องปลอดเชื้อ และใช้เครื่องมือฆ่าเชื้อระดับมาตรฐานโรงพยาบาล เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อหรือการอักเสบหลังทำ
การดูแลและติดตามผลอย่างใกล้ชิด บริการนัดติดตามผล (Follow-up) รวมถึงการดูแลจ่ายยาลดอาการบวม หรือยาลดอักเสบอย่างครบถ้วน เป็นส่วนหนึ่งของบริการที่ช่วยให้ผู้รับบริการมั่นใจและได้รับความปลอดภัยสูงสุด
คุณสมบัติของเส้นไหมไหม PDO (Polydioxanone)ไหม PLLA (Poly-L-Lactic Acid)ไหม PCL (Polycaprolactone)ไหมโครงตาข่าย TESSLIFT (PCL)แรงยกกระชับ (Lifting Force)ปานกลางสูงสูงสูงมาก (มีโครงตาข่าย 360 องศา)การกระตุ้นคอลลาเจนปานกลางสูงสูงมากสูงมาก และเนื้อเยื่อเติบโตแทรกในตาข่ายระยะเวลาคงสภาพโดยประมาณประมาณ 6–12 เดือนประมาณ 12–18 เดือนประมาณ 18–24 เดือนประมาณ 18–24 เดือนระดับราคาเข้าถึงได้ง่ายที่สุดปานกลาง–สูงพรีเมียมพรีเมียม
Anjali Clinic จัดโปรโมชันดูแลโครงสร้างใบหน้าโดยทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับความคุ้มค่าและดูแลตรงจุด (เงื่อนไขเป็นไปตามที่คลินิกกำหนด และผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล):
A:ความต่างไม่ได้อยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ คุณภาพวัสดุเส้นไหมและความเชี่ยวชาญของแพทย์ การทำในราคาสูงมักใช้วัสดุกลุ่ม PCL หรือไหมโครงตาข่าย TESSLIFT ซึ่งมีแรงยกสูง อยู่ได้นานกว่า และสลายตัวได้อย่างปลอดภัย ต่างจากการร้อยไหมราคาถูกเกินจริงที่อาจใช้ไหมเส้นเดี่ยวจำนวนมากแต่ไม่ช่วยยกกระชับ SMAS ทำให้ต้องทำซ้ำบ่อยครั้ง
A: โดยทั่วไปการร้อยไหมละลายจะให้ผลลัพธ์ยกกระชับประมาณ 1–2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุเส้นไหมที่เลือกใช้และการดูแลตนเองหลังทำ เมื่อไหมละลายหมดแล้ว โครงสร้างคอลลาเจนที่เกิดขึ้นใหม่จะยังคงช่วยประคองผิวไว้ได้ระดับหนึ่ง ผู้รับบริการสามารถเข้ามาให้แพทย์ประเมินเพื่อเติมเต็มหรือยกกระชับเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม
A:เพราะโครงสร้างใบหน้า ปริมาณไขมัน และมิติความหย่อนคล้อยของแต่ละคนมีความซับซ้อนต่างกัน การประเมินโดยแพทย์โดยตรง (Doctor-Led Consultation) จะช่วยให้วางแผนเลือกชนิดไหม จำนวนเส้น และองศาการดึงได้อย่างตรงจุด ไม่มีการยัดเยียดจำนวนเส้นเกินความจำเป็น ทำให้ผู้รับบริการได้รับผลลัพธ์ที่พอดี ปลอดภัย และคุ้มค่างบประมาณ
การตัดสินใจร้อยไหมเพื่อยกกระชับใบหน้า ไม่ควรมองเพียงแค่ตัวเลขราคาที่ต่ำที่สุดในโฆษณา แต่ควรพิจารณาถึงความเชี่ยวชาญของแพทย์ มาตรฐานเส้นไหมผ่าน อย. และการวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์โครงหน้าเฉพาะบุคคล
Anjali Clinic (แอนจาลี คลินิก) นำโดยคุณหมอเจี๊ยบและทีมแพทย์ ด้านการปรับรูปหน้า (Key Opinion Leaders) มุ่งมั่นมอบบริการแบบ Personalized Service ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจประเมินโครงหน้าอย่างละเอียด คัดสรรเฉพาะไหมละลายคุณภาพสูง และมีระบบติดตามผลหลังหัตถการอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความไว้วางใจและผลลัพธ์ยกกระชับที่ดูเป็นธรรมชาติ
หมายเหตุ :ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล
ติดต่อเราเพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและข้อมูลเกี่ยวกับบริการของเรา