Anjali clinic Logo
wellness

การตรวจแพ้อาหารแฝง เพราะภัยแพ้อาหารแบบเงียบ ๆ อาจอันตรายกว่าที่คิด

การแพ้อาหาร คือ การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ที่ต่อต้านอาหารบางชนิด เมื่อผู้ที่แพ้อาหารชนิดนั้น ๆ ได้กินหรือสัมผัสกับอาหารที่เป็นสารก่อภูมิแพ้

by: anjali-adminอัพเดทเมื่อ: 2023-10-11

การแพ้อาหาร คือ การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ที่ต่อต้านอาหารบางชนิด เมื่อผู้ที่แพ้อาหารชนิดนั้น ๆ ได้กินหรือสัมผัสกับอาหารที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ ระบบภูมิคุ้มกันก็จะมีการต่อต้านและปล่อยสารเคมีออกมา เพื่อป้องกันการรุกล้ำดังกล่าว การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันนี้สามารถกระตุ้นทำให้เกิดอาการได้หลากหลาย ตั้งแต่อาการเล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง และ อาจเกิดภาวะภูมิแพ้เฉียบพลัน (Anaphylaxis) ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

แต่ระบบการต่อต้านของภูมิแพ้อาหารแฝง ไม่ได้เป็นเช่นนี้ เป็นการต่อต้านแบบเงียบ ๆ แต่อาจสร้างอันตรายให้กับสุขภาพของคุณในภายหลังได้ ซึ่งคุณสามารถเช็กได้ด้วย การตรวจแพ้อาหารแฝง ถ้าคุณต้องการดูแลเสริมสุขภาพในเรื่องของการทานอาหารให้ดีต่อร่างกายของคุณมากยิ่งขึ้น วันนี้เราได้นำความรู้ดี ๆเกี่ยวกับ ภูมิแพ้อาหารแฝงมาฝากกัน รวมทั้งวิธีการตรวจหาเพื่อที่จะให้คุณนำข้อมูลไปปรับใช้กับการวางแผนทานอาหารให้มีคุณภาพดี เหมาะสมกับร่างกายของตัวคุณเองมากยิ่งขึ้น

Wellness image

การตรวจแพ้อาหารแฝง (Food intolerance test) คืออะไร?

Food intolerance testคือ การทดสอบการแพ้อาหารแบบซ่อนเร้น หรือที่เรียกว่าการทดสอบการแพ้อาหารแบบแฝง ซึ่งเป็นการวินิจฉัยที่ใช้ในการระบุปฏิกิริยาของร่างกาย ที่มีการแพ้ต่ออาหารบางชนิด ที่อาจไม่ก่อให้เกิดอาการต่อต้านในทันที หรืออาจแสดงอาการแบบไม่ชัดเจน ต่างจากการแพ้อาหารที่เกิดขึ้นทันที

ซึ่งมักกระตุ้นทำให้เกิดอาการแพ้อย่างรวดเร็ว และสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ใช้เวลาไม่นานหลังจากรับประทานอาหารที่แพ้เข้าไป อาการก็จะเริ่มแสดงออก แต่การแพ้อาหารแบบซ่อนเร้น หรือแฝงอยู่อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาล่าช้ากว่านั้นมาก โดยอาจจะใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวันหลังจากที่กินเข้าไป ดังนั้นการตรวจแพ้อาหารแฝงจะช่วยคุณค้นหาอาการแพ้ที่อาจไม่สังเกตเห็นได้ง่าย ๆ และคุณก็สามารถนำข้อมูลในส่วนนี้ ไปปรับใช้กับแนวทางการกิน การดูแลสุขภาพตัวเองในอนาคตให้ดีขึ้นได้

เช็กตัวเอง คุณกำลังพบเจอกับอาการของภูมิแพ้อาหารแฝงหรือเปล่า?

ภูมิแพ้อาหารแฝง อาจนำไปสู่การเกิดอาการที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ได้ โดยอาการเหล่านี้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน และขึ้นอยู่กับประเภทของอาหาร หรือส่วนผสมเฉพาะที่กระตุ้นทำให้เกิดอาการแพ้ได้ โดยอาการทั่วไปของการแพ้อาหาร ได้แก่:

  • ปวดท้องหรือเป็นตะคริว
  • ท้องอืด / ท้องเสีย / ท้องผูก / คลื่นไส้ / อาเจียน / มีแก๊สในกระเพาะ
  • คันผิวหนัง / เป็นลมพิษ / กลากหรือผื่นผิวหนังอื่น ๆ
  • จาม / น้ำมูกไหลหรือคัดจมูก / หายใจมีเสียงหวีด / หายใจถี่ / ไอ
  • มีอาการปวดหัวและไมเกรน
  • สำหรับบางคนที่แพ้อาหารอาจมีอาการปวดข้อหรือตึงได้
  • อาการกรดไหลย้อน / อาการเสียดท้อง

Wellness image

การตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง (Food Intolerance) Test มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

จุดมุ่งหมายของการทดสอบการแพ้อาหาร คือ การตรวจแพ้อาหาร เพื่อหาสารก่อภูมิแพ้ ที่กระตุ้นทำให้เกิดอาการแพ้ โดยการแพ้อาหารเป็นการต่อต้านของระบบภูมิคุ้มกัน โดยมีวิธีในการตรวจ ดังนี้

  • การทดสอบการด้วยการสะกิดผิวหนัง: การทดสอบด้วยวิธี Skin Prick Testing เป็นวิธีการทั่วไปที่ใช้ในการค้นหาการแพ้อาหาร ซึ่งจะมีการทาสารสกัดที่เป็นสารก่อภูมิแพ้จำนวนเล็กน้อยบนผิวของคุณ และใช้เข็มขนาดเล็กสะกิดผิวหนัง หากคุณแพ้สารชนิดนั้น ๆ ผิวของคุณก็จะเกิดตุ่มนูนเล็กๆ (Wheal) และมีรอยแดงบริเวณที่ทดสอบ โดยทั่วไปผลการทดสอบ Prick skin จะทราบภายใน 15 - 20 นาที
  • การตรวจเลือด: การตรวจเลือด IgE เฉพาะ ซึ่งเป็นการวัดระดับแอนติบอดี (IgE) ที่ร่างกายผลิตขึ้น เพื่อตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้โดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยระบุสารก่อภูมิแพ้ในอาหารบางชนิด ที่ร่างกายของคุณต่อต้านได้ โดยผลการตรวจเลือดในรูปแบบวิธีนี้อาจใช้เวลา 2 – 3 วันไปถึง 1 สัปดาห์ จึงจะทราบผลตรวจ

เวลาที่ใช้ในการดำเนินการทดสอบอาจแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ประเภทของการทดสอบ ยกตัวอย่างเช่นการทดสอบด้วยสะกิดที่ผิวหนังจะเห็นผลลัพธ์ทันที ในขณะที่ตรวจการแพ้อาหาร ด้วยการตรวจเลือดอาจใช้เวลา 2 – 3 วัน ถึง 1 สัปดาห์

Wellness image

วิธีการรักษาและการดูแลตัวเอง หลังจากพบสารก่อภูมิแพ้

หลังจากที่ตรวจพบสารก่อภูมิแพ้อาหารแล้ว คุณจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ โดยเฉพาะสารอาหารที่กระตุ้นทำให้เกิดอาการแพ้

  • คุณจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการอาการแพ้ รวมถึงการใช้เครื่องฉีดอะพิเนฟรีนอัตโนมัติ เพื่อแก้อาการแพ้อย่างรุนแรง โดยเป็นตัวยาที่ใช้ในการจัดการกับภูมิแพ้อาหารแฝง
  • และจะต้องมีการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ซึ่งอาจรวมถึงการปรับเปลี่ยนอาหาร เพื่อหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ และในบางกรณีอาจรวมถึงการใช้ยาร่วมด้วย

คุณจะได้รับการนัดหมายติดตามผล เพื่อติดตามอาการของคุณในระยะยาว และทำการปรับเปลี่ยนแผนการรักษาของคุณตามที่จำเป็น

สรุป ถ้าคุณมีเหตุให้ต้องสงสัยว่าคุณกำลังเป็นภูมิแพ้อาหารแอบแฝง หรืออาจจะเป็นลูกน้อยหรือคนในครอบครัวคาดการณ์ว่าจะมีภาวะนี้ แนะนำคุณให้ตรวจเช็คการตรวจแพ้อาหารแฝงจะดีที่สุด เพราะจะได้รับทราบข้อมูลอย่างละเอียดและกระจ่าง เพื่อที่จะได้วางแผนแนวทางการรักษา และมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารให้ดีขึ้น เหมาะสมกับตัวเองมากขึ้น การแพ้อาหารที่ไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้เกิดอาการเรื้อรัง เช่น มีปัญหากับทางเดินอาหาร ปัญหาผิวหนัง และอาการที่เกิดขึ้นกับทางเดินหายใจ อาการเหล่านี้อาจส่งผลเสียต่อชีวิตประจำวันได้